"ดร.เฉลิมชัย" ส่งมอบระบบน้ำบาดาล ให้ชาวโพรงจระเข้ จ.ตรัง เร่งแก้ปัญหาน้ำกินน้ำใช้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ยึดหลัก "พี่น้องประชาชน คือ คนในครอบครัว ทส."
วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 10.30 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้ พร้อมเปิดจุดบริการบ้านน้ำดื่มภายในชุมชน โดยมี นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ เลขานุการ รมว.ทส. นายนริศ ขำนุรักษ์ คณะทำงาน รมว.ทส. นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมลงพื้นที่ และมี พันจ่าโท อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ หวังกา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้ ให้การต้อนรับ ณ บ้านโพรงจระเข้ หมู่ที่ 2 ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า “วันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีหน้าที่มาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ป่า และเรื่องน้ำ ที่ดูแลทั้งแหล่งน้ำบนดิน และการบริหารจัดการน้ำใต้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคไม่ขาดแคลน สำหรับพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำหรือมีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำ ทส. โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมเร่งเข้าสำรวจและดำเนินการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 5 - 6 เดือน นอกจากพื้นที่หมู่ที่ 2 ที่ได้รับระบบน้ำบาดาลในวันนี้แล้ว ทราบว่าพื้นที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้อยู่ ในวันนี้ ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เร่งเข้าสำรวจและดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยเร็วที่สุด เพราะ "พี่น้องประชาชน คือ คนในครอบครัวของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" และอยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า จะไม่มีทางขาดน้ำกินน้ำใช้อย่างแน่นอน”
สำหรับโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ บ้านโพรงจระเข้ หมู่ที่ 2 ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ประกอบด้วย บ่อบาดาล ขนาด 6 นิ้ว จำนวน 2 บ่อ หอถังสูง 23 เมตร ขนาดความจุ 100 ลูกบาศก์เมตร ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ จำนวน 1 ชุด สามารถพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ไม่น้อยกว่า 90,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,959 ครัวเรือน หรือ 6,543 คน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่

