“เฉลิมชัย” ตอบกระทู้ ย้ำชัด เร่งจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบาย คทช. ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ เร่งแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนฯ ให้ประชาชน
วันนี้ (20 มกราคม 2568) เวลา 10.50 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เข้าตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง แนวทางการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ของ นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 17 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) โดยมี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ณ อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร
ดร.เฉลิมชัย ชี้แจงว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้มีการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยแบ่งเป็น พื้นที่กลุ่มที่ 1 พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3, 4, 5 ซึ่งราษฎรอาศัยอยู่ก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 อนุญาตให้อยู่อาศัยทำกินแบบแปลงรวม ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มีพื้นที่เป้าหมาย 112,238 ไร่ ได้อนุญาตแล้ว 39,742 ไร่ อยู่ระหว่างอนุญาต 16,301 ไร่ และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเสนอเป็นพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ 56,195 ไร่ ส่วนพื้นที่กลุ่มที่ 2 พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3, 4, 5 ซึ่งราษฎรอาศัยอยู่หลังมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 มีพื้นที่เป้าหมาย 109,170 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอโครงการ พื้นที่กลุ่มที่ 3 พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1, 2 ซึ่งราษฎรอาศัยอยู่ก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 จัดระเบียบการใช้ที่ดินตามมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ และ กลุ่มที่ 4 พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1, 2 ซึ่งราษฎรอาศัยอยู่หลังมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 รับรองการอยู่อาศัยทำกินแบบแปลงรวม นั้น มีพื้นที่เป้าหมาย 89,133 ไร่ ได้อนุมัติโครงการฯ ทั้งหมดแล้ว
สำหรับ การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นั้น ทส. ได้ทราบถึงความจำเป็นในการขอใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อการพัฒนาและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า น้ำดื่มน้ำใช้ กิจการส่วนราชการ และถนนหนทางเพื่อการสัญจร ซึ่งต้องมีการขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด โดยการขออนุญาตในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ได้มีการลดขั้นตอน โดยมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 - 13 และผู้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขาทุกสาขา เป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์เพิ่มเติม (โซน C) ของหน่วยงานราชการ ได้มอบอำนาจให้กับคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งจะทำให้คำขออนุญาตใช้พื้นที่ของหน่วยงานราชการในพื้นที่ป่าไม้ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้านการขออนุญาตในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ที่มิใช่กรณีการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ ได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 – 16 และผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์สาขาทุกสาขา เป็นผู้พิจารณาการอนุญาตดังกล่าว โดยมีระยะเวลาการพิจารณาตั้งแต่กระบวนการยื่นคำขอจนถึงการออกใบอนุญาตประมาณ 30 วัน
สำหรับการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนในการดูแลและฟื้นคืนป่าไม้เสื่อมโทรมในพื้นที่ โดยได้รับประโยชน์ในภาพรวมบนฐานการพัฒนาที่ประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality นั้น ทส. ได้มีการประชุมประชาคมราษฎรในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อาศัยอยู่บริเวณรอบพื้นที่เป้าหมายการฟื้นฟูป่า เพื่อให้มีความเข้าใจ และเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่า รวมทั้งต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับการปลูกป่าระดับพื้นที่ตามคำสั่งกระทรวงฯ ที่ 81/2565 ลงวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ตลอดจนมีการส่งเสริมให้องค์กรหรือบุคคลภายนอกเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิต ตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER)

